ลองนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และบ้านไม้แบบมาชิยะมาเป็นพันๆปี แล้วจู่ๆ มีเสาสีขาวทรงเทียนสูง 131 เมตรโผล่ขึ้นมากลางเมือง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเกียวโตในปี 1964 และคนเกียวโตส่วนใหญ่ในตอนนั้นไม่ได้ปลื้มเลยสักนิด
เกียวโตมีกฎเก่าแก่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามสร้างอาคารสูงเกินยอดเจดีย์วัดโทจิ สถาปนิก มาโมรุ ยามาดะ จึงนิยามหอคอยว่าเป็น “โครงสร้างบนหลังคา” แยกจากตัวอาคาร ทำให้สร้างสูงถึง 131 เมตรได้อย่างถูกกฎหมาย แม้จะขัดใจคนทั้งเมืองก็ตาม
ดีไซน์ไม่ใช้โครงเหล็กสร้างเหล็กแบบทั่วไป ต่างจากโตเกียวทาวเวอร์ที่ใช้โครงเหล็กตาข่าย เกียวโตทาวเวอร์ใช้เทคนิค “monocoque” คือการใช้แผ่นเหล็กทรงกระบอกเรียงต่อเป็นวงแหวน เชื่อมเป็นเปลือกเดียวรับน้ำหนักตัวเองได้โดยไม่ต้องมีโครงข้างใน เป็นเทคนิคที่มักใช้กับเรือหรือเครื่องบิน ทำให้ทรงหอคอยดูเรียบลื่นเหมือน “เทียนไขญี่ปุ่น” ที่กำลังจุดไฟส่องเมือง ตามที่สถาปนิกตั้งใจให้เป็น “ประภาคาร” นำทางเมืองที่ไม่มีทะเล
ตอนเปิดตัว นักวิชาการและคนท้องถิ่นจำนวนมากมองว่าหอคอยนี้เป็นเหมือน “หลักปักหัวใจ” ของเมืองโบราณ ความไม่พอใจนี้สะท้อนออกมาชัดในภาพยนตร์เรื่อง “Godzilla vs. Mechagodzilla II” (ゴジラvsメカゴジラ) ปี 1993 ที่ก็อดซิลลาเดินทัพผ่านเกียวโตแล้วทำลายเกียวโตทาวเวอร์ด้วยรังสีความร้อนกลางเรื่องเลยทีเดียว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หอคอยที่เคยถูกมองว่าเป็นของแปลกปลอม กลับค่อยๆ กลายเป็นสวนหนึ่งของภาพจำเกียวโต ปีแรกที่เปิดมีคนขึ้นชมกว่า 1 ล้านคน และวันนี้ยังคงเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในเมืองเกียวโตอยู่ ล่าสุดในปี 2024 บริษัท Nidec ผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าจากเกียวโต ซื้อสิทธิ์การตั้งชื่อ เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น “Nidec Kyoto Tower” เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี
HUNTORY คัดสรรของสะสมและฟิกเกอร์ ทั้งของใหม่และของมือสอง มาให้ท่านได้เลือกชมกัน มีคำถามก่อนตัดสินใจซื้อ ทักมาคุยกับเราได้ตามช่องทางด้านล่าง